Home | ธุรกิจน่าลงทุน
“เฉลิม ทองสุข” กับแนวคิดแตกต่าง ที่ช่วงชิงข้อได้เปรียบทางการตลาด
เขียนโดย Admin เมื่อ 15 ธันวาคม 2559 เวลา 09:48:03 น. | ผู้เข้าชม 6102 ครั้ง

“เฉลิม ทองสุข” กับแนวคิดแตกต่าง ที่ช่วงชิงข้อได้เปรียบทางการตลาด

 

           ย้อนกลับไปสมัยเด็กๆ เชื่อว่าหลายคนต้องเคยเล่น เลโก้ ของเล่นรูปแบบตัวต่อพลาสติก มีลักษณะเป็นชิ้นพลาสติก มีสีและขนาดต่างๆ ให้เด็กได้เลือกเล่น ซึ่งมีลักษณะเหมือนก้อนอิฐ สามารถถอดออกแล้วประกอบใหม่ได้ และมีร่องสำหรับประกอบต่อกันที่ง่ายต่อการนำไปสร้างสรรค์เป็นรูปแบบต่างๆ แต่หากเลโก้ของเล่นในวัยเด็กของเราในวันนั้นกลายเป็นบ้านที่สามารถอาศัยอยู่ได้จริงล่ะ

 

คุณเฉลิม ทองสุข กรรมการผู้จัดการ บริษัท มีสุข เรียลเอสเตท จำกัด

        คุณเฉลิม ทองสุข กรรมการผู้จัดการ บริษัท มีสุข เรียลเอสเตท จำกัด ผู้ผลิตและดำเนินงานธุรกิจสร้างบ้านน็อคดาวน์ สำนักงาน โกดัง โรงงานสำเร็จรูป อย่างครบวงจรรายแรกของประเทศไทย เปิดเผยว่า บริษัท มีสุข เรียลเอสเตท เริ่มต้นดำเนินธุรกิจรับเหมาก่อสร้างมาเป็นระยะเวลาหนึ่ง และเล็งเห็นว่าการที่จะสร้างบ้านให้เสร็จหนึ่งหลังต้องอาศัยองค์ประกอบเยอะมาก เพราะการสร้างบ้านหนึ่งหลังนั้นจำนวนชิ้นส่วนมีไม่ต่ำกว่า 300 รายการ ทั้งนี้อาจยังต้องเจอภาวะปัญหาของผู้รับเหมาอีก ดังนั้นบ้านหนึ่งหลังกว่าจะสร้างเสร็จใช้ระยะเวลาที่นานมาก

 

 

        ด้วยความที่คุณเฉลิมมีโอกาสเดินทางไปต่างประเทศ จึงได้เห็นเรื่องระบบการก่อสร้างบ้าน และ สำนักงานสำเร็จรูป ที่สามารถรื้อประกอบได้ ทำให้เกิดไอเดียการเปิดธุรกิจรับสร้างบ้านน็อคดาวน์รายแรกของไทย ซึ่งบ้านน็อคดาวน์ของบริษัทจะมีรูปแบบคล้ายๆ กับเฟอร์นิเจอร์ที่สามารถถอดประกอบชิ้นส่วนต่างๆ ได้ ให้กลายเป็นบ้านหนึ่งหลังได้ โดยชิ้นส่วนแต่ละชิ้นอย่างเพดาน  บันได หลังคา จะผลิตให้เสร็จภายในโรงงาน เป็นแผ่นๆ ชิ้นๆ จากนั้นก็จะถูกลำเลียงขึ้นรถบรรทุก เมื่อถึงไซต์งานกสามารถประกอบสร้างเป็นบ้าน 1 หลังเสร็จได้เลยภายใน 3-4 วัน ซึ่งมีความแตกต่างจากบ้านสำเร็จรูปทั่วๆ ไป ที่เป็นบ้านสำเร็จที่สร้างเสร็จแล้วยกมาวางขายเป็นหลังๆ ด้วยความแตกต่างนี้เองจึงเป็นข้อได้เปรียบที่ทำให้บริษัทมีสุข เรียลเอทสเตท สามารถทำยอดขายได้สูงที่สุดในกลุ่มตลาดเดียวกัน

 

 

        “ถ้าเทียบกับปริมาณการขาย ณ ปัจจุบัน มันก็เป็นไปได้ว่าจะเยอะ เพราะ 3-4 วัน ผมประกอบได้หลังนึง เดือนนึงผมประกอบได้ 5 หลัง ต่อ1 ชุด ดังนั้นหมายความว่าถ้ามีช่าง 3-4 ชุด เดือนนึงก็ 15-16 หลังแล้ว ซึ่งในธุรกิจทั่วไปไม่มีใครทำได้ขนาดนี้  ความเร็วทำให้เราราคาถูก ความเร็วทำให้เรามียอดขายสูงสุด ความเร็วทำให้ลูกค้ายินดีจ่าย เนื่องจากว่าเรานำเข้าวัสดุเองทั้งหมด และสต็อคของไว้ในปริมาณมาก ทำให้ไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องของขาด ดังนั้นการจัดการจะลดลง หลายบริษัทรูปแบบการขายคือไปติดตั้งหน้างาน หรือทำที่โรงงานแล้วก็ยกมาวางเป็นรูปแบบโมดูลาร์ แบบเรามาเป็นชิ้นใส่กันตรงนั้นเลย 3 วันเสร็จอันนี้คือความได้เปรียบ”

 

 

        ปัจจุบันบริษัทมีสุข เรียลเอทสเตทได้ขยายไลน์ธุรกิจใหม่ไปสู่การทำธุรกิจแฟรนไชส์ ภายใต้ชื่อแบรนด์ “Happy Franchise” ซึ่งเป็นนวัตกรรมใหม่ของการทำธุรกิจแฟรนไชส์  รูปแบบการลงทุนแฮปปี้แฟรนไชน์นั้นเพียงมีเงินสามหมื่นบาทก็สามารถขายสินค้าได้ โดยไม่ต้องลงไปผลิตเอง ไม่ต้องสต๊อกสินค้า เพียงแค่ขายอย่างเดียวก็สามารถสร้างกำไรได้สูงสุด 14-15% สาเหตุที่บริษัทแบ่งกำไรให้เยอะ เนื่องจากบริษัทเป็นผู้ผลิตเอง นำเข้าเอง อัตราการบวกกำไรหลายทอดจึงไม่มี

 

        ซึ่งการที่บริษัทมีสุข เรียลเอทสเตทสามารถเป็นอันดับหนึ่งในตลาดบ้านน็อคดาวน์ได้นั้น มาจากวิสัยทัศน์ที่มองการณ์ไกลของคุณเฉลิม ทองสุขที่กลั่นกรองความคิดและพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ โดยการสร้างความแตกต่างที่ดีขึ้น ดีขึ้นในรูปแบบของคนผลิตเพราะคนผลิตได้กำไร ดีขึ้นในเรื่องของลูกค้า ลูกค้าซื้อของถูกลง และดีขึ้นในรูปแบบตัวแทนจำหน่ายตัวแทนจำหน่ายมีอาชีพ

        “Happy Franchise ก็คือธุรกิจแฟรนไชส์ที่เราผสมผสานนวัตกรรมเข้าไป ที่เราต้องบอกว่าเรานำหน้าคนอื่น เนื่องจากตัวผมเคยเป็นวิศวกรด้วย แล้วก็ทำงานในด้านการก่อสร้างมาค่อนข้างเยอะ ดังนั้นวิสัยทัศน์ในการทำธุรกิจมันต้องก้าวล้ำไปอีกขั้นนึง ซึ่งสมมติว่าเรายังใช้การทำธุรกิจรูปแบบเดิมๆ เราก็ไม่มีจุดแข็งที่แข่งกับตลาด ดังนั้นแฮปปี้แฟรนไชส์ หรือบริษัทมีสุขเรียลเอทสเตทที่ปัจจุบันทำคือ เราจะสร้างความแตกต่างที่ดีกว่าเดิม ไม่ใช่แตกต่างอย่างเดียวนะ ไม่ว่าจะรูปแบบการตลาด เราสร้างความแตกต่างที่มันดีกว่าเดิม เราสร้างผลิตภัณฑ์ที่มันตอบโจทย์ให้กับลูกค้า ที่มันดีและคุ้มค่ามากกว่าเดิม”

 

 

        สำหรับแผนการในปี 60 นั้น บริษัทมีสุข เรียลเอทสเตทจะขยายตัวแทนจำหน่ายให้เพิ่มขึ้น ซึ่งกำลังคนจากตัวแทนจำหน่ายนั้นจะเป็นเอ้าท์ซอทที่เข้ามาช่วยเรื่องฐานการผลิตด้วย กล่าวคือจะผลิตพาร์ทชิ้นส่วนของบ้านเพื่อไปประกอบให้ครบ 100% โดยไม่ต้องตัดและเชื่อมหน้างานซึ่งรูปแบบจะเหมือนโตโยต้า คือเป็นผู้ควบคุมการผลิตเอง ทั้งนี้ทางบริษัทยังมองเรื่องการส่งออกในตลาดพม่าและเขมรไว้อีกด้วย

 

ข้อมูลธุรกิจ

ชื่อกิจการ     :   บริษัท มีสุข เรียล เอสเตท จำกัด

ที่อยู่              :   143 ม.5 ซ.ประชาอุทิศ 54 แยก 6 ถ.ประชาอุทิศ บางมด  ทุ่งครุ กรุงเทพ 10140

Tel                :   02-4059717

email           :   sale@me-suk.com

facebook    :   www.facebook.com/franchisehappyhouse/

line               :   @happyfranchise

web             :   https://www.me-suk.com

 

• แนะนำธุรกิจน่าลงทุน
ธุรกิจน่าลงทุนทั้งหมด