Home | News (New Biz)
“บ้านไร่ ไออรุณ ฟาร์มสเตย์” พื้นที่เเห่งรักที่เป็นมากกว่าบ้าน
เขียนโดย Admin เมื่อ 16 มิถุนายน 2560 เวลา 07:53:28 น. | ผู้เข้าชม 518 ครั้ง

“บ้านไร่ ไออรุณ ฟาร์มสเตย์” พื้นที่เเห่งรักที่เป็นมากกว่าบ้าน

        “บ้าน” คำสั้นๆ ที่หลายคนได้ยินเมื่อไหร่ต้องรู้สึกอุ่นใจทุกครั้ง เพราะบ้านเปรียบเสมือนที่พักพิงยามร่างกายอ่อนล้า และพักพิงใจยามเหนื่อยล้า ดังเช่นบ้านไร่ ไออรุณ ฟาร์มสเตย์บ้านที่สร้างโดย คุณวิโรจน์ ฉิมมี หรือคุณเบส สถาปนิกหนุ่มไฟแรงที่ตัดสินใจลาออกจากงาน เพื่อกลับมาดูแลพ่อแม่ที่บ้านเกิด และกลายมาเป็นบ้านฟาร์มสเตย์ บ้านที่อยู่ท่ามกลางพืชผักสวนครัว บรรยากาศร่มรื่น เหมาะกับการพักผ่อนแบบสโลว์ไลฟ์อย่างแท้จริง

 

        บ้านไร่ ไออรุณ ฟาร์มสเตย์ บ้านฟาร์มสเตย์ธรรมดาที่เกิดจากการก่อร่างสร้างฝัน แม้จะไม่ใหญ่โตหรูหรา แต่บ้านหลังนี้กลับเต็มไปด้วยรอยยิ้มและความสุขของสมาชิกในครอบครัวอย่างเปี่ยมล้น ภายใต้คอนเซ็ปต์ “พื้นที่เเห่งรักที่เป็นมากกว่าบ้าน” ปัจจุบันบ้านไร่ไออรุณ ฟาร์มสเตย์ ตั้งอยู่ ในตำบลกะเปอร์ อำเภอกะเปอร์ จังหวัดระนอง เป็นบ้านพักฟาร์มสเตย์ดีไซน์บ้านไร่ ที่ดูเเลกันเองภายในครอบครัว มีบ้านพัก ร้านขายสินค้าเกษตร ครัวเเละสวนอาหารกลางเเปลงผัก ซึ่งหากไม่ได้เข้าพักก็สามารถเเวะมาทานอาหาร ซื้อผักผลไม้ได้ แม้ไม่มีทีวี ไม่มี wifi ไม่มีแอร์ และอาจไม่ได้มีสิ่งอำนวยความสะดวกสบายเหมือนรีสอร์ท แต่โดดเด่นไม่เหมือนใครด้วยดีไซน์สุดชิคตามแบบฉบับธรรมชาติ แฝงไปด้วยความเรียบเก๋ มีฟาร์มผักออแกนิคให้ได้เยี่ยมชมและรับประทานสดจากไร่ มีลำธารน้ำไหลตามธรรมชาติให้ได้เล่น

 

        คุณเบสเล่าว่าตอนเด็กๆได้เห็นคุณแม่เขียนแบบแปลนบ้าน แต่ติดอยู่ตรงที่สร้างไม่ได้ เพราะต้องส่งเงินให้ลูกทุกคนเรียนหนังสือให้จบก่อน คุณเบสจึงตัดสินใจเลือกเรียนคณะสถาปัตย์ฯ ด้วยจุดมุ่งหมายที่อยากออกแบบบ้านให้เป็นและสามารถกลับมาสร้างบ้านให้คุณพ่อคุณแม่ หลังจากเรียนจบที่มหาวิทยาลัยในกรุงเทพ ก็ได้ทำงานต่อที่นั่นเลย เพราะทางครอบครัวมองว่า มีโอกาสที่จะเติบโตได้มากกว่า ไม่อยากให้เหนื่อยแบบพวกท่าน จนวันหนึ่งได้เดินผ่านตึกต่างๆ ในเมืองกรุง เดินผ่านห้างที่ตัวคุณเบสได้ออกแบบเอง จึงฉุกคิดขึ้นมาได้ว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ บ้านตัวเองก็สามารถต่อยอดพัฒนาไปในทิศทางแบบนั้นได้ ในขณะที่คุณพ่อและคุณแม่ ก็อายุมากขึ้นทุกวัน จึงตัดสินใจออกจากงาน

 

จุดพลิกผันจากสถาปนิก สู่เกษตรกรบ้านไร่

        “ผมลาออก เพราะเราไม่ได้อยากเป็นสถาปนิกไปตลอดชีวิตครับ ที่เรียนสายนี้ก็เพียงเพราะว่าตอนเด็กๆ เราโตมาด้วยการที่มีบ้านหลังหนึ่งซึ่งคุณแม่ออกแบบเองแล้วก็สร้างไม่เสร็จสักที เราก็แอบถามแม่ตั้งแต่เด็กๆ แล้วว่าทำไมบ้านยังไม่เสร็จ แม่ก็บอกว่าเรายังเรียนอยู่ ต้องใช้ทุนในการเรียนของเราก่อน ผมก็เลยเลือกที่จะเรียนสถาปัตย์ เพราะอยากจะช่วยสานฝันคุณแม่ในการออกแบบบ้านของเราเอง ตอนนั้นคิดแค่นั้น”

        “ถ้าถามว่าตอนทำงานที่กรุงเทพฯ มีความสุขไหม ก็มีครับ แต่มันจะเหงาๆ หน่อย คนรายล้อมรอบตัว แต่เหมือนไม่มีใคร ตอนใช้ชีวิตอยู่ที่กรุงเทพฯ เราก็ใช้ชีวิตปกติ เที่ยวผับเที่ยวบาร์ เพราะอยู่ย่านเอกมัย ทำงานก็ปกติ มีรถด้วย ทุกอย่างดูดีไปหมด แต่มีความสุขคนเดียว และจะฉุกคิดอยู่ตลอดเวลาว่า พ่อกับแม่ก็แก่แล้ว ด้วยนิสัยพื้นฐานส่วนตัว ผมเป็นคนรักครอบครัวมาก จะคุยกับพ่อแม่ทุกวัน ก็รู้สึกว่าท่านก็เริ่มแก่แล้ว เราต้องเสียสละความสุขส่วนตัวออกไปบ้าง เรื่องแฟน เรื่องความรัก เรื่องสังคมในเมือง เรื่องเพื่อน เพื่อจะมาทำตรงนี้ ตอนอายุเท่านี้ จะอยู่กับสิ่งเหล่านี้นานๆ เพราะผมคงจะรับไม่ได้เลย ถ้าพ่อกับแม่เราเป็นอะไรไป”

 

        “ตอนออกงานมาแรกๆ พ่อแม่ท่านก็ไม่เข้าใจ เพราะเขาไม่อยากให้ผมลำบาก  ด้วยสังคมต่างจังหวัด ด้วยคำพูดของชาวบ้าน เห็นเรากลับมาปลูกผักขาย ก็เข้าใจว่าตกงานหรือเปล่า อกหักกลับมาบ้างอะไรบ้าง แต่เราไม่แคร์ เพียงแต่คุณแม่ท่านจะรู้สึกมากกว่าเรา ท่านก็พูดกระตุ้นให้เราไปสมัครงาน เพราะถึงแม้เราจะกลับมาอยู่บ้าน คุณแม่ท่านก็ยังอยากจะให้เราทำงานด้านสถาปนิกอยู่ แต่เราไม่ เราคิดว่าลาออกครั้งนั้นครั้งสุดท้าย เราจะไม่กลับไปทำงานอย่างนั้นอีกแล้ว”

 

ฝันที่เป็นจริง

        “เราลองผิดลองถูกมาเยอะมาก จนถึงตอนนี้ก็คุ้มค่ากับสิ่งที่ได้มา เรามีงานทำอยู่ในสวน ปลูกผัก ชายผัก มีบ้าน มีพื้นที่เล็กๆ ที่เราช่วยกันทำให้มีรายได้ขึ้นมา อีกอย่างก็คือมีฟาร์มสเตย์ นี่คือชีวิตที่เราต้องการ เราต้องการแบบนี้ เราก็ฝันไว้ตั้งแต่เด็ก แล้วมันค่อยๆ ชัดเจนขึ้นมาจากสิ่งที่เป็นความสุขของคนในบ้าน พ่อชอบอะไร แม่ชอบอะไร เรามีอะไร อยากทำอะไร เราก็มาบวกกันจนกลายเป็นบ้านไร่ไออรุณ คือมันมีแต่ความสุขเวลาที่เราได้ทำ จึงไม่รู้สึกถึงความลำบาก เราก็ทำเรื่อยๆ ของเรา แล้วทุกอย่างมันชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ คือตอนแรกก็กลัวเหงาเหมือนกันกับการกลับมาอยู่ที่นี่ เพราะอยู่ในป่า แต่ว่าพอทำแล้ว เราได้อยู่ด้วยกันในบ้าน 3-4 คน ได้ทำในสิ่งที่เราตั้งใจมาตั้งแต่เด็ก มันก็เลยมีแต่ความสุข ยิ่งเห็นคุณพ่อกับคุณแม่มีความสุขและสุขภาพก็ดีขึ้น เรายิ่งไม่รู้สึกว่าเหนื่อยหรือลำบาก”

 

ภาพในอนาคตของบ้านไร่ไออรุณ ฟาร์มสเตย์

        “ผมอยากเห็นพื้นที่แห่งนี้เป็นมากกว่าบ้าน คนที่เข้ามาพักไม่รู้สึกว่าเป็นลูกค้า แต่มาเป็นเพื่อนที่มาร่วมกันแบ่งปันความฝัน บนพื้นที่กลางหุบเขา มาช่วยกันเก็บผัก มานอนพัก มาอ่านหนังสือ และอยากให้เขาเข้าใจจริงๆว่าที่นี่มีจุดประสงค์อย่างไร เพราะที่ตั้งของบ้านไร่ไออรุณนั้นอยู่ในอำเภอที่ไม่มีใครรู้จัก แต่ในวันนี้กลับมีคนเข้ามาหา จากทั่วทุกที่ในประเทศไทยและต่างประเทศ มาให้กำลังใจและมาเยี่ยมชมความฝันของผม ผมก็อยากพัฒนาตรงนี้ให้ดีขึ้นเรื่อยๆ สร้างบ้านพักเพิ่มขึ้น กระจายรายได้ไปสู่ญาติพี่น้องและคนในชุมชน โดยที่ยังรักษาคอนเซ็ปต์เดิมไว้

 

 


ขอขอบคุณ

คุณวิโรจน์ ฉิมมี

บ้านไร่ ไออรุณ ฟาร์มสเตย์     21 ม.7 ต.กะเปอร์ อ.กะเปอร์ จ.ระนอง

โทร. 096-938-2981   เพจ.บ้านไร่ ไออรุณ  baan rai i arun

• แนะนำธุรกิจน่าลงทุน
ธุรกิจน่าลงทุนทั้งหมด